ลาก่อนค่ะ พี่หมีตี๋...

posted on 30 Jan 2009 19:14 by smile-forever  in LuckFove

วันนี้ (30 ม.ค. 52) เป็นวันที่รู้สึกเศร้าใจมาก ๆ เพราะเป็นวันจบการศึกษาของพี่ม.6 (ทำไมถึงจบเร็วจังก็ไม่รู้ เรากว่าจะสอบตั้งต้นมีนา)

 

 

...และเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เห็นพี่หมีตี๋

 

 

 

 

 

พี่หมีตี๋คือรุ่นพี่ที่เราปลื้มมาตั้งแต่ 2 อาทิตย์ก่อน - -" เราว่าเราต้องเป็นโรคตาถั่วขั้นรุนแรงแน่ ๆ เพราะอยู่มาตั้งนานกลับไม่เคยเห็นพี่เค้าเลย

 

 

เรายังจำวันที่เจอพี่เขาวันแรกได้...

 

 

 

ในตอนนั้น... ร่างสูงใหญ่บึกบึนกับหน้าตี๋ ๆ ของพี่ ทำให้เราหยุดยืนมองอยู่นาน ก่อนจะสะกิดให้เพื่อนสนิทหันไปมอง

 

 

จากนั้นเป็นต้นมา เรากับเพื่อนก็ตามกรี๊ดพี่หมีตี๋มาตลอด

 

 

 

เวลานั่งกินข้าว เราจะนั่งโต๊ะใกล้ ๆ พี่หมีตี๋เป็นประจำ (แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ ทำไมถึงมองไม่เห็น ?) แต่เราไม่ค่อยจะกินข้าวเท่าไหร่หรอก เพระแค่มองหน้าพี่หมีตี๋ก็สุขเกินพอแล้ว =///////=

 

 

 

เราชอบรอยยิ้มของพี่เขามาก ๆ ๆ ๆ ๆ มันดูใสซื่อและจริงใจเหมือนกับหมีเลยล่ะ ^_^ ด้วยความที่พี่เขาเป็นคนตัวโต อกผาย ไหล่ผึ่ง หน้าตึง นมตั้ง (ข้อนี้ชัดเจนมาก เผลอ ๆ ใหญ่กว่าเราอีก ๕๕๕) ทำให้เวลายิ้มแบบซื่อ ๆ หัวเราะแบบจริงใจ ไม่เก๊ก

 

 

...มันน่ารักมากเลย

 

 

 

แบบว่าพอเห็นพี่เขายิ้มหรือหัวเราะทีไร เราเป็นต้องยิ้มและหัวเราะตามไปด้วยทุกที

 

 

เราชอบรอยยิ้มของพี่เขาที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

แต่ว่า...

 

วันนี้ พี่หมีตี๋จะต้องจากเราไปแล้ว เพราะเป็นวันเรียนวันสุดท้ายของพี่ม.6 เราเศร้าใจมาก ๆ เมื่อวาน (29 ม.ค. 52) เลยเขียนการ์ดให้พี่หมีตี๋และจะซื้อดอกกุหลาบให้ในตอนเช้า

 

 

 

มันเป็นการ์ดสีเขียวใบเล็ก ๆ (ตัดจากกระดาษหน้าปกรายงาน กลิ่นหอมอ่อน ๆ) เนื้อความข้างในหน้าแรกเราจำได้ว่าเขียนไว้ประมาณว่า

 

 

'ชอบรอยยิ้มของพี่ที่สุดเลยค่ะ เวลาที่พี่ยิ้มน่ารักมากเลย ทำให้เผลอยิ้มตามไปด้วยทุกครั้ง ขอให้พี่มีความสุข ยิ้มและหัวเราะบ่อย ๆ นะคะ'

 

 

อะไรประมาณนี้ แบบว่าเขียนแต่เรื่องรอยยิ้มของพี่เขา และลงท้ายว่า

 

"Good luck จะคิดถึงพี่เสมอค่ะ" 

 

 

 

 

ฮริ้วววววว ช่างกล้าาาาาา >//////////////<

 

 

 

 

 

แต่เขียนแค่นั้นยังรู้สึกว่าไม่จุใจ เหมือนมันยังค้าง ๆ คา ๆ อยู่ (ก็อุตส่าห์จะให้พี่เขาในวันจบการศึกาทั้งที กลับเขียนแค่ว่าชอบรอยยิ้มของพี่เขางั้นเรอะ ?) เลยเขียนตัวเล็ก ๆ ลงไปในหน้าหลัง

 

 

อันนี้เป็นการอวยพรต่าง ๆ แล้วเรายังบอกอีกว่า

 

 

 

 

แค่อยากให้รับรู้ถึงความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้พี่เท่านั้นค่ะ พี่ไม่จำเป็นต้องตอบรับหรอกนะคะ แค่ได้เห็นพี่ยิ้ม หัวเราะ อย่างมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ :)

 

 

 

 

 

 

 

ที่เราเขียนอย่างนี้เพราะกลัวว่าพี่เขาจะลำบากใจ...ก็พี่หมีตี๋เป็นคนดีนี่นา

 

 

และอีกอย่าง เราก็ไม่รู้ด้วยว่า

 

 

 

 

ความรู้สึกของเราคืออะไร ?

 

 

 

 

 

ตอนเช้า เราแวะซื้อดอกกุหลาบสีขาวกับสีแดงกำละ 20 บาท มีแต่กำเล็ก แต่เราก็จับมารวมกันเป็นช่อเดียวก่อนจะหมั่นพรมน้ำเพราะกลัวดอกไม้เหี่ยว

 

ตอนที่กำลังจัดช่อดอกไม้ โดนหนามกุหลาบตำด้วยล่ะ แต่ดีนะที่ไม่เป็นอะไร ...เราเลยตัดหนามกุหลาบออกซะ เพราะเดี๋ยวถ้าพี่หมีตี๋จับโดนเข้าจะได้รับบาดเจ็บ

 

 

 

 

 

 

 

 

เราเริ่มเข้าหอประชุมหลังพักกลางวันเสร็จ ทำให้ไม่ได้เรียนคาบบ่ายเลยสักคาบ (เสร็จโก๋ ! ๕๕๕) ตอนที่เข้าไปในหอประชุม...สิ่งแรกที่เรามองหาคือ พี่หมีตี๋

 

แต่ว่าหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ คือเราไม่เห็นพี่หมีตี๋ตั้งแต่เช้าแล้วอะ ปกติพี่หมีตี๋จะชอบมาสายจึงต้องเข้าแถวมาสายเสมอ แต่วันนี้หาไม่เจอเลย มองไปที่แถวพี่ม.6 ก็ไม่เห็น (ปกติพี่หมีตี๋จะสูงเด่นกว่าคนอื่นเสมอ) เราเลยเริ่มใจไม่ดีตั้งแต่เช้าแล้ว

 

 

เรามองหาอยู่นาน แต่ก็ไม่เจอเลย คือตอนนั้นน้ำตาจะไหลแล้วอะ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน... แค่เราหาพี่เขาไม่เจอนี่ถึงขนาดจะร้องไห้เลยเหรอ ? ทั้งที่ปกติเราไม่ใช่คนอ่อนไหวขนาดนั้น

 

 

 

แต่แล้ว...สายตาของเราห็หาพี่เขาเจอจนได้ และที่นั่งของพี่หมีตี๋ก็อยู่ตรงกับเราพอดีเสียด้วย แถมห่างกันแค่ห้าหกแถวเอง (ทำไมเราถึงเซ่ออย่างนี้นะ) ตอนหาเจอนี่น้ำตาไหลเลยอะ... มันตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ตลอดพิธีนั้นเราเลยนั่งมองแต่แผ่นหลังของพี่หมีตี๋ตลอดเวลา

 

 

 

เพื่อนสนิทเรานั่งด้านซ้าย เพื่อนด้านขวาคือเพื่อนสมัยอนุบาลของเรา (สมมุติให้เพื่อนสมัยอนุบาลชื่อ A) ไอ้ A เนี่ย มันก็ชอบพี่ทอมม.6 คนหนึ่งเหมือนกัน คือมันชอบมาก ๆ เลยอะ รักเลยแหละ วันนี้มันเลยเศร้ามาก

 

 

 

...เพราะคนที่เรารักกำลังจะจากเราไปแล้ว เราควรจะยินดีกับเขาที่เขาประสบความสำเร็จ เขากำลังก้าวไปสู่อนาคต ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่มันก็อดเศร้าไม่ได้ ที่ต่อไปนี้จะไม่ได้เจอหน้ากันทุกวันอีกแล้ว แม้ว่ามันจะไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ได้เจอกันอีก แต่อะไร ๆ มันก็อาจจะไม่เหมือนเดิม...

 

 

 

 

เรากับมันเลยเข้าใจความรู้สึกของกันและกันมากที่สุด เลยนั่งจับมือกันตั้งแต่เริ่มเข้าหอประชุมเลยล่ะ

 

 

เรานั่งมองแผ่นหลังและไหล่กว้างของพี่หมีตี๋ตลอดเวลาด้วยสายตาอันพร่ามัว

 

 

 

เราไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าใคร และอยากมองพี่หมีตี๋ให้ชัดที่สุด เลยกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาออกไป แต่จนแล้วจนรอด มันก็ยังกลับมาเอ่อท้นเช่นเดิม

 

 

 

ความรู้สึกในตอนนั้นคือ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อึดอัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปวดใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่สุด

 

 

 

 

 

 

เหมือนกับหัวใจโดนบีบอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 

ยิ่งตอนดูรูปในสไลด์ สายตาของเราคอยมองหาแต่รูปพี่หมีตี๋ พี่เขาไม่ช่คนชอบถ่ายรูปนัก เลยไม่ค่อยมีรูปเท่าไหร่ แต่รูปไหนที่มีพี่หมีตี๋...เราก็หาเจอหมดนั่นล่ะ -////////- (ส่วนหนึ่งเพราะไปแอบส่องมากจากฮิห้าของเพื่อน ๆ พี่หมีตี๋แล้วด้วย Hi5 ของพี่หมีตี๋มีแค่ 3 รูปเอง รูปโรงเรียนกะรูปการ์ตูนเทวนตี้ เซนจูรีบอย อะไรสักอย่าง - -" โอตาคุจัง น่าร้ากกกกก >////<)

 

 

 

 

แต่สไลด์ยาวมากกกกกกกกก ตั้งแต่บ่ายสองครึ่งถึงสี่โมงเย็นยังไม่จบเลย อาจารย์เลยให้นักเรียนชั้นอื่นยกเว้นม.6 กลับบ้านไปก่อน

 

คือความจริงแล้ว ตอนประมาณสามโมง เรากับเพื่อน A ขออาจารย์ไปหยิบของให้รุ่นพี่กัน ของ A คือช่อดอกไม้ลูกอม (มันทำเองกับมือ) ของเราก็ดอกกุหลาบพร้อมการ์ดความในใจ =////=

 

ตอนเดินเอาเข้ามานี่อายมาก...เพราะเราหน้าตาท่าทางเหมือนเด็กเรียนไง แล้วนี่ถือช่อดอกไม้ มันแบบ.......อ๊ากกกกกกก ! ! ! เขินนนนนนนนน >///////////////<

 

 

แต่ยังไม่ทันได้ให้เลย ต้องกลับบ้านซะแล้ว ไอ้ A มันเลยบอกว่า เดี๋ยวมันจะยืนรอรุ่นพี่ที่มันปลื้มอยู่ตรงทางออกหอประชุม ให้เรารอด้วย ...คือตอนนั้นในหัวมันมีแต่คำว่า "ไม่เอา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ" อย่างเดียวเลย เราก็เลยรีบวิ่งจู๊ดขึ้นห้องไปทันที

 

 

 

 

 

ขี้ขลาดจริงเลยเรา...

 

 

 

 

 

 

แต่ทว่า ไอ้เพื่อนสนิทตัวดีสองคนของเรา ก็พยายามจะลากเราไปหาพี่หมีตี๋ให้ได้ เราก็ต้องพยายามยื้อยุดสุดชีวิตว่าไม่ไป ๆ ๆ ก็จะให้เราบากหน้าถือดอกกุหลาบช่อโตไปยังชั้นพี่ม.6 ได้ยังไง เราก็มียางอายเหมือนกันนะ ! (ถึงแม้มันจะน้อยก็เถอะ)

 

 

เพื่อน1 :  ไอ้เพื่อน 2 ! จับไอ้เอ๋อไว้ !

 

เพื่อน2 : (ล็อกแขนเรา) มึงเอาไปให้พี่หมีตี๋ดี ๆ ซะเถอะ

 

เพื่อน1 : ถ้าแกไม่กล้า เดี๋ยวเราเอาไปให้เองก็ได้

 

เรา : ไม่ ! เราอยากให้พี่หมีตี๋เองกับมือ

 

เพื่อน1 : งั้นก็ไปสักทีสิวะ

 

เรา : ไม่ ! กูอายโว้ย ! !

 

 

แล้วเราก็ดิ้นไปดิ้นมาอยู่อย่างนั้น จนเพื่อนเราพูดอย่างมีน้ำโหว่า

 

 

 

"เดี๋ยววันนี้พี่เขาก็จะไม่อยู่แล้วนะ ต่อไปนี้แกจะไม่ได้เจอพี่เขาแล้วนะ ...อายตอนนี้ก็แค่ครั้งเดียว แล้วแกก็จะไม่ได้เจอพี่เขาอีก อย่างน้อย....เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีว่าครั้งหนึ่งแกกล้าแสดงความรักต่อคนที่ชอบ ไม่ใช่ได้แต่เก็บอมพะนำแบบที่ทำอยู่เรื่อยมา นะ...ไปเถอะ"

 

 

 

เราก็เงียบไป จังหวะที่เพื่อนกำลังเก็บของ คุยเล่น วุ่นวาย เราตัดสินใจวิ่งลงบันไดอย่างรีบที่สุด

 

 

และไปดักรอพี่หมีตี๋ที่หน้าโรงเรียน

 

 

 

 

เราในตอนนั้นอาจดูเหมือนคนโรคจิตไปสักหน่อย - -" หอบแฮ่ก ๆ เหงื่อไหลโทรมกาย หน้าแดงแจ๋ ไม่ใส่รองเท้า ขณะที่มือหนึ่งถือดอกกุหลาบอย่างทะนุถนอม เลยมีแต่คนมองเราด้วยสายตาแปลก ๆ

 

 

...เรารอแล้วรอเล่า พี่หมีตี๋ก็ยังไม่ลงมาสักที เราเลยถามรุ่นน้องที่อยู่ชั้นเดียวกับน้องชายพี่หมีตี๋ว่ากลับหรือยัง น้องเขาก็บอกว่าไม่เห็นอยู่บนห้องแล้ว ...เรางี้ใจแป้วไปเลย

 

 

กลับไปแล้วงั้นเหรอ ? พี่หมีตี๋ไม่อยู่แล้วงั้นเหรอ ? จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วงั้นเหรอ ?

 

 

เรายืนรอพี่หมีตี๋อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ แต่พี่หมีตี๋ก็ยังไม่มา... ตอนนั้นน้ำตาจะไหลอยู่รอมร่อ นึกเจ็บใจและโทษตัวเอง ที่ไม่ทำอะไรให้เด็ดขาด มัวแต่กลัว เขิน อาย ไม่กล้าอยู่ได้

 

 

...เพราะอย่างนี้ก็เลยไม่เคยสมหวังเลยสักที

 

 

 

เราฝากดอกไม้ไว้กับรุ่นน้องที่นั่งอยู่แถวนั้น แล้วจึงเดินพาถุงเท้าสีขาว ๆ ที่บัดนี้กลายเป็นสีดำสกปรกขึ้นห้องเรียนไปเก็บของอย่างเร่งรีบ

 

 

...ถึงแม้จะไม่เคยสมหวัง แต่เราก็ไม่เคยคิดที่จะเลิกหวัง

 

 

เรายังแอบหวังเล็ก ๆ ข้างในใจว่าพี่หมีตี๋จะยังไม่กลับบ้าน เราอยากได้โอกาสจากพี่เขาสักครั้ง... แค่ครั้งเดียวก็พอ

 

 

 

พอขึ้นไปถึงห้อง เจอเพื่อนสนิทเรากำลังปลอบไอ้ A อยู่ พอถามว่าเป็นอะไร มันก็บอกว่า "เค้าให้ของกับพี่...ไปแล้วนะ แต่ว่า..." เสียงสะอื้นของมันทำให้เราฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่คำหนึ่งที่เราได้ยินอย่างชัดเจนก็คือ

 

 

"เราไม่น่าไปเจอพี่...เลย"

 

 

ตอนนั้นเราไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมมันถึงพูดอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่พี่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธมันสักหน่อย พอมันหยุดร้องแล้วกลับบ้าน เราก็รีบวิ่งลงข้างล่างทันที เพื่อนสนิทสองคนก็ตามมาติด ๆ

 

 

 

 

 

 

 

เรายืนรอพี่หมีตี๋อยู่หน้าโรงเรียนสักพัก ...พี่หมีตี๋ก็เดินมา

 

 

 

 

 

 

พี่หมีตี๋ยังไม่กลับบ้าน

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกในตอนนั้นมันบรรยายไม่ถูกจริง ๆ ทั้งตื้นตัน ดีใจ ผสมปนเปกันไปหมด

 

 

 

เพื่อนเราก็รีบบอกให้เอาดอกไม้ให้พี่เขาเลย พี่หมีตี๋เดินมากับเพื่อนแค่คนเดียวเอง ไม่ต้องอายหรอก แล้วเพื่อนมันก็ดันหลังเรา ตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่าเราต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีบอกพี่เขาให้ได้ !

 

 

 

 

"พะ... พี่ ๆ พี่คะ" เราเรียกพี่หมีตี๋ด้วยเสียงสั่น ๆ พอพี่เขาหันมา เราก็ยื่นดอกไม้ให้ทันที

 

 

อารมณ์ในตอนนั้นบอกได้คำเดียวเลยว่า

 

 

อายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

 

ไม่เคยอายอะไรเท่านี้มาก่อนในชีวิต หัวใจเต้นเร็วแรงมาก ๆ ๆ ๆ แทบจะระเบิดออกมาเลย

 

 

 

"เอ่อ...ครับ" พี่หมีตี๋รับช่อดอกไม้ไปพลางตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำเซ็กซี่ละลายใจมากกกก เสียงพี่เขาสั่นสะท้านไปถึงหัวใจของเราเลยล่ะ

 

ขณะที่พี่เขากำลังจะเดินกลับ เพื่อนที่แสนดี (?) ของเราก็เรียกพี่เขาไว้ก่อน

 

 

"พี่ ๆ พี่แม็คคะ (ลืมบอกไปว่าพี่หมีตี๋ชื่อ "แม็ค" จ้ะ) เดี๋ยวก่อนค่ะ ขอถ่ายรูปคู่กับเพื่อนคนนี้หน่อยค่ะ" หล่อนว่า พลางชี้มาที่เรา

 

"เฮ้ย ! ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง มะ...ไม่เป็นไรค่ะ" เรารีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน จำได้ว่าเผลอทำท่ากากบาทติงต๊องแบบที่ชอบทำเป็นประจำด้วย - -"

 

 

 

 

ตอนที่พี่หมีตี๋หันกลับมา...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้าแดงด้วย

 

 

 

 

 

 

[ตอนแรกเราคิดว่าเราคงคิดไปเอง แต่ตอนหลังเพื่อนมาบอกว่า 'แกเห็นตอนที่พี่หมีตี๋หันมาไหม ? หน้าแดงมากเลยอะ' โอ้ววววว..........กำเดากระฉูด =//////.,//////=]

 

 

 

พี่หมีตี๋เดินยิ้มมาทางเรา

 

 

กะ ใกล้มาก

 

 

ใกล้มาก ๆ

 

 

 

แทบจะเป็นลม ! ก็พี่หมีตี๋อยู่ใกล้เราขนาดนั้นนี่นา !

 

 

แขนข้างขวาของเราชนกับแขนของพี่หมีตี๋ด้วย เพื่อนจัดการถ่ายรูปคู่ให้เราเสร็จสรรพ พอถ่ายเสร็จเรางี้แทบจะล้มลงไปกองตรงนั้นเลย แต่ก็ต้องฝืนตัวเองไว้ ผงกศีรษะพลางกล่าวขอบคุณพี่หมีตี๋ทั้งที่ไม่กล้ามองหน้าสบตาเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

เรารีบเดินไปหลบก่อนจะทรุดตัวลงกบัพื้นอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ขาสั่นพั่บ ๆ มือก็สั่นไปหมด เหงื่อไหลท่วมตัวไม่ยอมหยุด หน้าก็แดงแจ๋จนมีแต่คนทัก

 

 

เพื่อนเอารูปในมือถือมาให้เราดู... เราสูงประมาณจมูกพี่หมีตี๋ แขนซ้ายของพี่หมีตี๋ซ้อนอยู่ข้างหลังแขนขวาของเรา (ตอนถ่ายโดนกันด้วย >///<) พี่หมีตี๋ถือช่อดอกกุหลาบที่มีการ์ดสีเขียวอ่อนเสียบอยู่ของเราด้วยมือทั้งสองมือ รอยยิ้มของพี่แบบที่เราชอบปรากฎอยู่ในรูป...

 

ตาตี่ ๆ ทั้งสองข้างของพี่ จมูกโด่ง ๆ ของพี่ ปากบาง ๆ ของพี่ ผิวคล้ำนิดหน่อยของพี่

 

 

เราจะจดจำทุกอย่างไว้

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ดูรูป เรารู้สึกตื้นตันมาก ๆ ดีใจสุด ๆ ในอกมันคับแน่นด้วยความสุขจนแทบหายใจไม่ออก

 

 

 

 

 

เราเข้าใจแล้วล่ะ...ว่าการมีความสุขจนน้ำตาไหลนี่มันเป็นยังไง

 

 

 

 

 

 

เราพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ พอเพื่อนกลับจึงวิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำตามันไหลอออกมาไม่ขาดสาย สะอื้นไห้จนตัวโยน

 

 

 

ในตอนแรกนั้น เราร้องไห้เพราะมีความสุขและรู้สึกดีใจมากที่พี่หมีตี๋ยอมรับดอกไม้ของเราและยอมถ่ายรูปกับเรา เราไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าตัวเองจะมีความกล้าขนาดนี้ และดีใจเหลือเกินที่พี่หมีตี๋ไม่ปฏิเสธ (การให้ดอกไม้และถ่ายรูป) เรา...

 

 

แต่ต่อมา เรากลับร้องไห้เพราะว่า

 

 

'ต่อไปนี้ จะไม่มีพี่หมีตี๋อีกแล้ว เราจะไม่ได้เห็นหน้าพี่หมีตี๋อีกแล้ว เราจะไม่ได้เจอพี่หมีตี๋อีกแล้ว ถ้าเกิด...เราบอกพี่หมีตี๋เร็วกว่านี้ล่ะ ? ถ้าเกิดเราไม่มัวแต่อาย ผลัดอยู่ได้ล่ะ ? ถ้าเกิดเรากล้ามองและยิ้มให้พี่หมีตี๋ในตอนที่พี่เขากำลังเดินจากไปล่ะ ? ...ทำไมนะทำไม ทำไมเราถึงไม่ทำ ทำไมถึงมัวแต่ชักช้าอยู่ได้ ทำไมถึงไม่เจอพี่หมีตี๋ให้เร็วกว่านี้

 

 

...อยากเจอพี่หมีตี๋จัง'

 

 

เราคิดวนไปมาอย่างนี้จนนั่งร้องไห้อยู่บนส้วมร่วมชั่วโมง ยิ่งดูรูปพี่หมีตี๋ ยิ่งเห็นหน้าพี่หมีตี๋ เราก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น 

 

 

ตอนนี้เราเข้าใจความรู้สึกของ A แล้วนะ... ที่บอกว่า "ไม่น่าเจอเลย" ...เราเข้าใจแล้ว ที่มันพูดแบบนั้น เพราะว่ามันยิ่งทำให้คิดถึงมากขึ้นไปอีก ทำให้ตัดใจยากขึ้นไปอีก ทำให้เรายิ่งรักเขามากขึ้นไปอีก เราเข้าใจความรู้สึกนี้แล้วนะ

 

มันเจ็บมากเลยล่ะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต่อไปนี้จะไม่มีพี่หมีตี๋แล้วนะ

 

 

 

 

 

 

ต่อไปนี้จะไม่ได้เห็นหน้าพี่หมีตี๋แล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

ต่อไปนี้จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่าเพิ่งไปสิคะ

 

 

 

 

 

อยากจะคุยกับพี่

 

 

อยากสบตากับพี่

 

 

อยากหัวเราะกับพี่

 

 

อยากยิ้มให้กับพี่

 

 

อยากจะบอกพี่ว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"รัก"

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ พี่หมีตี๋ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอให้เราได้เจอกันอีกนะคะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอให้ได้เจอกันอีกนะคะ confused smile

#1 By D on 2009-02-01 01:00

อ่อนมากครับ

#2 By พี่ตูนสุดเท่ (58.64.117.131) on 2009-10-06 02:27